การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟ

Share Button

กว่าจะได้กาแฟสดที่อร่อยมากที่สุด จะต้องใส่ใจในทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง และจัดการอย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อรสชาติของกาแฟ ก็คือการเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพในการนำมาชงกาแฟสด โดยเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพนี้ จะต้องใส่ใจกันตั้งแต่การเลือกซื้อโดยดูแหล่งเพาะปลูกที่มีคุณภาพ และมีการเก็บเกี่ยวอย่างถูกต้องเหมาะสมเลยทีเดียว เมื่อมีการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟ ก็จะถูกนำมาลอกเปลือกออกเพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟ ซึ่งการลอกเปลือกนี้ มี 2 กรรมวิธี คือ

1. การตากแห้ง
กรรมวิธีการตากแห้ง เป็นการนำผลเชอรี่มาตากแห้ง ใช้เวลาประมาณ 15 วัน จากนั้นจึงทำการกะเทาะเปลือกออกอีกครั้งหนึ่ง

2. การแช่น้ำ
กรรมวิธีแช่น้ำ คือการนำผลเชอรี่แช่ในน้ำ เสร็จแล้วนำเข้าเครื่องกะเทาะเปลือก จากนั้นนำมาตากแห้ง หรือเข้าเครื่องอบ วิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่าวิธีตากแห้ง

การเก็บเมล็ดกาแฟคั่ว
การเก็บเมล็ดกาแฟคั่วที่ถูกต้อง มีความสำคัญต่อรสชาติของกาแฟ และอายุการใช้งานอย่างมาก จะช่วยให้กาแฟคั่วนั้นพร้อมที่จะนำมาชงกาแฟสดได้อย่างมีคุณภาพต่อไป มีรสชาติอร่อย และสามารถนำมาชงกาแฟได้นานกว่าการเก็บรักษาที่ถูกวิธี โดยการเก็บกาแฟคั่วที่ถูกต้อง ควรเก็บดังนี้
– ควรเก็บกาแฟลงในถุงที่มีวาล์วไล่อากาศหรือวัสดุ ที่เป็นสุญญากาศ
– ไม่ควรถูกแสง เพราะจะส่งผลต่อกาแฟได้ ดังนั้น ถุงที่ใส่ควรเป็นถุงทึบแสง ที่แสงแดดไม่สามารถส่องทะลุได้ และเก็บให้พ้นแสงแดด
– เก็บให้ไม่ถูกต้องอากาศ เนื่องจากหากเก็บกาแฟไว้ถูกอากาศ สารประกอบประเภทน้ำมันที่มีภายในเมล็ดจะทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืนและไอน้ำในอากาศจะส่งผลให้คุณภาพด้านกลิ่นลดลงอย่างรวดเร็วด้วย
– ไม่ควรเก็บในตู้เย็น เพราะจะทำให้เกิดความชื้น และมีกลิ่นต่างๆ จากภายในตู้เย็นติดมาด้วย ส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นของกาแฟที่ชง

เมื่อเลือกกาแฟจากแหล่งที่มีคุณภาพ และนำมาชงผ่านเครื่องชงกาแฟ หรือ เครื่องชงกาแฟมือสอง อย่างมีคุณภาพแล้วนั้น ก็อย่าลืมที่จะเก็บรักษาเมล็ดกาแฟอย่างถูกต้องด้วย เพื่อให้กาแฟที่ชงออกมาอร่อยที่สุด และไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งสามารถนำมาชงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้นานขึ้น